สงครามในแอฟริกา

สงครามในแอฟริกา

สงครามในแอฟริกา เป็นความโหดร้าย และความรุ่นแรงที่เกิดขึ้นกับคนผิวสี และยังถือว่าเป็นความรุ่นแรงที่เกิดขึ้นกับเด็ด และผู้ใหญ่ และความโหดร้ายที่เกิดขึ้นนี้สร้างความสะเทือนใจแก่ผู้ที่ทราบข่าว และในปัจจุบันนี้ความโหดร้ายที่เกิดขึ้นกับคนผิวสีก็ยังปรากฏให้เห็นอยู่ ส่วนความโหดร้ายที่เกิดขึ้นบนแผ่นดินนี้เป็นอย่างไรบ้างนั้น เรามาติดตามความจริงที่หลายคนยังไม่รู้กันดีกว่าค่ะ

สงครามในแอฟริกา มีที่ไป ที่มา อย่างไร

สงครามในแอฟริกา มีที่ไป ที่มา อย่างไร

เหตุการณ์ความเลวร้ายเกิดขึ้น หลังจากเซียร์ราลีโอนได้รับเอกราช และได้มีการปกครองโดยระบบพรรคการเมืองเดียว ภายใต้การนำของประธานาธิบดี Siaka Stevens (ระหว่างปี 2511-2528)

ซึ่งรัฐบาลนี้ได้แสวงหาประโยชน์จากการทำเหมืองเพชรที่มีอยู่มากในขณะนั้น แต่ผลที่ตามมา คือ ประเทศนี้ประสบปัญหาการคอรัปชั่น การแสวงหาประโยชน์เกินควร และทางการยังมีการบังคับใช้แรงงานในเหมืองเพชร ซึ่งนี่เป็นฉนวนเหตุให้เกิ สงครามกลางเมืองในเซียร์ราลีโอนตามมา

สำหรับ “สงครามกลางเมืองในเซียร์ราลีโอน” มีเหตุผลใหญ่ส่วนหนึ่งเกิดจาก คนผิวสีส่วนใหญ่ไม่พอใจ เกิดความโกรธแค้น ต่อคนผิวขาวที่เข้ามากอบโกยผลประโยชน์ และกอบโกยจากทรัพยากรล้ำค่าในเซียร์ราลีโอน ประจวบกับประชาชนได้เกิดความขัดแย้ง กับรัฐบาลแบบทรราชย์ ซึ่งเหตุผลนี้เองที่ทำให้เกิดการแตกแยกเป็นหลายฝักหลายฝ่าย

กลุ่มกบฏ RUF (Revolutionary United Front soliders )

สงครามกลางเมืองคองโก

กลุ่มกบฏ RUF คือกลุ่มเยาวชนหัวรุนแรง และยังเป็นหนึ่งในผู้ถูกบังคับใช้แรงงานใเหมืองเพชร พวกเขาเหล่านี้ต่างพากัน ลุกฮือขึ้นจัดตั้ง กลุ่มกบฏ RUF (Revolutionary United Front) โดยการตั้งกลุ่มในครั้งนี้ มีโฟเดย์ แซนโกห์ อดีตนักรบในกองทัพ เป็นผู้นำ โดยเขาได้รับการสนับสนุนจาก นาย Charles Taylor (ผู้นำไลบีเรียขณะนั้น) และกลุ่ม RUF ก็ได้ทำการสู้รบต่อต้านรัฐบาล ซึ่งนั่นส่งผลให้เกิดการปฏิวัติรัฐประหารแย่งชิงอำนาจระหว่าง ฝ่ายทหาร AFRC ฝ่ายรัฐบาลพลเรือน – SLPP

ฝ่ายรัฐบาลพลเรือน – SLPP(Sierra Leone Peoples Party )

ความขัดแย้งในทวีปแอฟริกา

ฝ่ายรัฐบาลพลเรือน – SLPP ต่อต้านโดยการจัดตั้งกองกำลังติดอาวุธ จนเกิดเป็นการสู้รบสามเส้ายืดเยื้อยาวนาน และนั้นก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นการเกิดสงครามการเมืองอันมโหดขึ้น นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1991 จนถึงปัจจุบัน จากข้อมูลมีสถิติคนตายมากถึง 200,000 คน พร้อมกับอีกหลายหมื่นคนที่ต้องพิการไปตลอดชีวิตด้วยก็มี

เด็กซึ่งถูกนำตัวไปฝึกเป็นกองกำลัง

กบฏ แอฟริกา

ความขัดแย้งหลายฝ่ายเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น จนนำไปสู่การนำตัวเด็กไปฝึกเป็นกองกำลัง และความโหดร้ายไม่จบเพียงแค่นี้เนื้องจากว่าสิ่งที่เด็ดเหล่านั้นต้องเจอนั้นเป้นยิ่งกว่าความโหดร้าย เนื่องจากว่าถ้าใครขัดขืนก็จะถูกยิงทิ้งทันที หรือไม่ก็อาจจะตัดแขนตัดมือ ส่วนคนที่ยอม

และเป็นคนที่แข็งแรงหน่อยก็จะถูกเอาไปเป็นแรงงานในเหมืองเพชร (ใช้แรงงานอย่างป่าเถื่อน) ส่วนพวกเด็ก วัยรุ่น จะให้ยาเสพติด แล้วติดอาวุธ ใช้บุคคลเหล่านี้เป็นหน่วยล่าสังหารในดินแดนแห่งนี้แบบไม่รู้จบรู้สิ้น

จากความรุนแรงและความโหดร้ายที่เกิดขึ้นทำให้ นานาชาติพยายามเข้ามาส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสงครามกลางเมือง ซึ่งในช่วงปี พ.ศ.2541 กลุ่มประชาคมเศรษฐกิจแอฟริกาตะวันตก (Economic Community of West African States (ECOWAS)) ได้ส่งกองกำลังรักษาสันติภาพ ZEconomic of West African States Cease-fire Monitoring Group (ECOMOG)) นำโดยกองกำลังไนจีเรีย เพื่อปฏิบัติการรักษาสันติภาพแต่ทว่าปฏิบัติการไม่ประสบความสำเร็จ

สงคราม แอฟริกา เหนือ

ต่อมาในปี พ.ศ.2542 ทางด้านของสหประชาชาติได้ส่งกองกำลังรักษาสันติภาพ (UNAMSIL) เข้าปฏิบัติการ รักษาสันติภาพ ซึ่งนั่นก็ส่งผลทำให้สงครามกลางเมืองยุติลงในปี พ.ศ. 2544 และต่อมาได้มีการจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดี และการเลือกตั้งทั่วไปในปี พ.ศ.2545 กองทัพไทยได้มีส่วนร่วมปฎิบัติภารกิจกับสหประชาชาตินี้ด้วย ต่อมาในช่วงปี พ.ศ. 2542 – พ.ศ.2548โดยการส่งทหารไทยไป 6 ผลัดๆ ละ 5 นาย

และในปัจจุบันนี้ แม้ว่าเซียร์ราลีโอนจะพ้นจากภาวะสงครามกลางเมืองแล้ว แต่ทว่าทางด้านของสหประชาชาติยังคงจัดตั้งหน่วยงาน United Nations Integrated Office in Sierra Leone เพื่อปฏิบัติหน้าที่การบูรณาการด้านต่าง ๆ ในเซียร์ราลีโอน อีกทั้งยังได้จัดตั้งศาลพิเศษเพื่อเซียร์ราลีโอน และยังถือว่าเป็นการควบคุมการส่งออกเพชรจากเซียร์ราลีโอน (Kimberly Process) เพื่อเป็นการป้องกันการส่งออกเพชรผิดกฎหมาย และได้นำเงินมาสนับสนุนสงคราม

ความโหดร้ายของสงครามกลางเมืองแอฟริกา

สงครามปัจจุบัน 2018

สงครามที่เกิดขึ้นบนแผ่นดินแอฟริกา นั้นไม่ได้มีเพียง “สงครามกลางเมืองในเซียร์ราลีโอน” เท่านั้น เพราะว่าที่ผ่านมาแผ่นดินนี้ยังเกิดสงครามต่างๆ โดยสงครามที่เคยเกิดขึ้นมีดังนี้

1. สงครามกลางเมืองในคองโก (Democratic Republic of the Congo)
2. สงครามกลางเมืองในซูดาน (Sudan)
3. สงครามกลางเมืองในอูกันดา (Uganda)
4. สงครามกลางเมืองแองโกลา (Angola)
5. สงครามการเมืองในเซียรา ลีโอน (Sierra Leone)
6. สงครามกลางเมืองในไลบีเรีย (Liberia)
7. การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรวันดา (Rwandan Genocide)

 ความ ขัดแย้ง ใน แอฟริกา

สำหรับความโหดร้ายที่เกิดขึ้นทำให้คนทั้งโลกได้รับรู้ว่าการเอารับเอาเปรียบของคนผิวขาว ทำให้คนผิวสีโกรธแค้นจนต้องลุกฮือ ต่อสู้ ต่อต้าน การกระทำที่โหดเหี้ยมจนเกินไป และความรุนแรงที่เกิดขึ้นระหว่างสงครามกลางเมืองในเซียร์ราลีโอน สร้างความเสียหาย และสร้างความสูญเสียเป็นอย่างมาก

แม้ว่าในปัจจุบันนี้สงครามกลางเมืองในเซียร์ราลีโอนจะจบ หรือว่ายุติแล้ว แต่ความโหดร้ายที่เกิดขึ้นกับคนผิวสีก็ยังไม่ได้จบเพียงเท่านี้นะคะ เพราะว่าคนผิวสีในปัจจุบันนี้ยังต้องเผชิญกับการเหยียดผิว จากคนผิวขาวทั่วโลก ซึ่งนั่นก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ยังหาข้อยุติไม่ได้