สงครามปฏิวัติอเมริกา การทำสงครามเพื่อประกาศอิสรภาพของชาวอเมริกา

สงครามปฏิวัติอเมริกา patriot

อิสระที่เกิดจากการทำสงครามถือว่าเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นหลังจากจบการทำ สงครามปฏิวัติอเมริกา เนื่องจากว่าการทำสงครามในครั้งนี้นับว่าเป็นชัยชนะที่คนอเมริกาภูมิใจ เพราะการทำสงครามปฏิวัติอเมริกา เป็นการประกาศอิสรภาพที่ยิ่งใหญ่และเป็นความภาคภูมิในที่ชาวอเมริกา ภูมิใจมากที่สุด

จุดเริ่มต้นของการทำ สงครามปฏิวัติอเมริกา

สรุป การปฏิวัติอเมริกา

สงครามปฏิวัติอเมริกา (American Revolutionary War) เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1775–1783 หรือว่าชาวอเมริกาเรียกการทำสงครามในครั้งนี้ว่าเป็น สงครามประกาศอิสรภาพอเมริกา (American War of Independence) การทำสงครามในครั้งนี้เป็นการขัดกันด้วยอาวุธระหว่างบริเตนใหญ่ และสิบสามอาณานิคมอเมริกาเหนือซึ่งหลังสงครามเปิดฉากประกาศอิสรภาพเป็นสหรัฐอเมริกา

สำหรับการก่อสงครามปฏิวัติอเมริกานี้มีจุดกำเนิดจากการต่อต้านภาษีบางชนิด และพระราชบัญญัติซึ่งชาวอเมริกันจำนวนมากที่อ้างว่าไม่ชอบธรรม และมิชอบด้วยกฎหมาย การประท้วงของแพทริอัต (Patriot) ซึ่งถือว่าลุกลามเป็นการคว่ำบาตร และในวันที่ 16 ธันวาคม 1773 พวกเขาก็ได้ทำลายการส่งสินค้าชาในท่าบอสตัน รัฐบาลบริเตนตอบโต้โดยปิดท่าบอสตัน แล้วผ่านมาตรการโดยมุ่งลงโทษอาณานิคมที่เป็นกบฏ

ปฏิวัติอเมริกา

แพทริอัตสนองโดยซัฟฟอล์กรีซอฟส์ (Suffolk Resolves) คือ การสถาปนารัฐบาลเงาซึ่งกำจัดการควบคุมมณฑลจากคราวน์นอกบอสตัน สิบสองอาณานิคมตั้งสภาภาคพื้นทวีปเพื่อที่จะประสานงานการต่อต้าน และสถาปนาคณะกรรมการ และการประชุมใหญ่ซึ่งยึดอำนาจชะงัด

ความพยายามที่จะยึดยุทโธปกรณ์อเมริกันของบริเตนในเดือนเมษายน 1775 ซึ่งนำสู่การยุทธ์อย่างเปิดเผยระหว่างกำลังคราวน์ และทหารอาสาสมัครแพทริอัต ทหารอาสาสมัครเดินหน้าล้อมกำลังบริติชในบอสตัน และบังคับให้ต้องอพยพนครในเดือนมีนาคม 1776 สภาภาคพื้นทวีปตั้งจอร์จ วอชิงตันให้บังคับบัญชาทหารอาสาสมัคร

การปฏิวัติอเมริกา

และเวลาต่อมา เขาก็ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพภาคพื้นทวีปที่เพิ่งตั้ง ตลอดจนประสานงานหน่วยทหารอาสาสมัครของรัฐ และในเวลาเดียวกับการทัพบอสตัน ความพยายามบุกครองควิเบกของอเมริกา และปลุกการกบฏต่อพระมหากษัตริย์บริติชล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ในวันที่ 2 กรกฎาคม 1774 สภาลงมติสนับสนุนเอกราชอย่างเป็นทางการ โดยออกคำประกาศในวันที่ 4 กรกฎาคม

ซึ่งทางด้านของเซอร์วิลเลียม ฮาว (William Howe) เริ่มการตีโต้ตอบซึ่งมุ่งยึดนครนิวยอร์กคืน ฮาวชนะวอชิงตันด้วยอุบาย ซึ่งมีส่วนทำให้ความมั่นใจของฝ่ายอเมริกาแตะจุดต่ำสุด วอชิงตันสามารถยึดกองทัพเฮชชัน (Hessian) ได้ที่เทรนตัน และได้ขับบริเตนออกจากนิวเจอร์ซีย์ ฟื้นความมั่นใจของฝ่ายอเมริกา ในปี 1777

บริเตนก็ได้ส่งกองทัพใหม่โดยมีจอห์น เบอร์กอยน์ (John Burgoyne) เป็นผู้บังคับบัญชาให้ยกลงใต้จากแคนาดา และแยกอาณานิคมนิวอิงแลนด์ ทว่า ฮาวไม่สนับสนุนเบอร์กอยน์ แต่การนำกองทัพของเขาในอีกการทัพหนึ่งต่อกรุงฟิลาเดลเฟีย เมืองหลวงฝ่ายปฏิวัติ เบอร์กอยน์หมดกำลังบำรุง ถูกล้อมและยอมจำนนในเดือนตุลาคม 1777

การปฏิวัติอเมริกา ผลกระทบ

สำหรับความปราชัยของบริเตนที่ซาราโทกา (Saratoga) มีผลใหญ่หลวง ฝรั่งเศส และสเปนได้จัดหาอาวุธ เครื่องกระสุนและกำลังบำรุงอื่นให้ชาวอาณานิคมอย่างลับ ๆ นับตั้งแต่เดือนเมษายน 1776 บัดนี้ชาวฝรั่งเศสเข้าสู่สงครามอย่างเป็นทางการในปี 1778

โดยได้ลงนามพันธมิตรทางทหารซึ่งรับรองเอกราชของสหรัฐ บริเตนตัดสินใจยอมเสียอาณานิคมทางเหนือ และได้กู้อดีตอาณานิคมทางใต้ กำลังบริเตนโดยมีชาลส์ คอร์นวอลลิส (Charles Cornwallis) ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชายึดจอร์เจีย และเซาท์แคโรไลนา ยึดกองทัพอเมริกาได้ที่ชาลส์ตัน เซาท์แคโรไลนา

ซึ่งยุทธศาสตร์นี้อาศัยการก่อการกำเริบของลอยัลลิสต์ (Loyalist) ติดอาวุธจำนวนมาก แต่ทว่ามีผู้มาเข้าร่วมน้อยเกินไป ในปี 1779 สเปนเข้าร่วมสงครามเป็นพันธมิตรกับฝรั่งเศสภายใต้สนธิสัญญาตระกูล (Pacte de Famille) โดยเจตนายึดยิบรอลตาร์และอาณานิคมบริติชในแคริบเบียน บริเตนที่ได้ประกาศสงครามต่อสาธารณรัฐดัตช์ในปี 1780

สงครามประกาศอิสรภาพอเมริกา

และในปี 1781 หลังจากที่ปราชัยอย่างเด็ดขาดสองครั้งที่คิงส์เมาน์เทน และคาวเพนส์ คอร์นวอลลิสถอยไปเวอร์จิเนียโดยตั้งใจอพยพ ชัยทางเรืออย่างเด็ดขาดของฝรั่งเศสในเดือนกันยายนตัดทางหนีของบริเตน ซึ่งทางด้านของกองทัพร่วมฝรั่งเศส-อเมริกาโดยมีเคาต์รอช็องโบ (Count Rochambeau) และวอชิงตันก็เป็นผู้นำล้อมกองทัพบริติชที่ยอร์กทาวน์

และเมื่อเห็นว่าไม่มีการช่วยเหลือ และสถานการณ์ป้องกันไม่อยู่ คอร์นวอลลิสยอมจำนนในเดือนตุลาคม และทหารถูกจับเป็นเชลยประมาณ 8,000 คน

ทั้งนี้วิกในบริเตนคัดค้านฝ่ายข้างมากทอรีนิยมสงครามในรัฐสภาอย่างยาวนาน แต่ทว่า ความปราชัยที่ยอร์กทาวน์ทำให้วิกเป็นฝ่ายเหนือกว่า ต้นปี 1782 พวกเขาลงมติยุติปฏิบัติการบุกทั้งหมดในทวีปอเมริกาเหนือ แต่การทำสงครามกับฝรั่งเศส และสเปนนั้นยังคงต้องดำเนินต่อ

การปฏิวัติอเมริกา ฝรั่งเศส

โดยบริเตนชนะทั้งสองประเทศระหว่างการล้อมใหญ่ยิบรอลตาร์ นอกเหนือจากนี้ พวกเขาชนะฝรั่งเศสทางเรือหลายครั้งทโดยที่เด็ดขาดที่สุด นั่นก็คือ ยุทธนาวีที่ซานต์ (Battle of the Saintes) ในแคริบเบียนปีเดียวกัน วันที่ 3 กันยายน 1783 โดยคู่สงครามลงนามสนธิสัญญากรุงปารีสซึ่งยุติสงคราม บริเตนตกลงรับรองเอกราชของสหรัฐเหนือดินแดน

โดยมีขอบเขตคร่าว ๆ อยู่ที่แคนาดาทางเหนือ ฟลอริดาทางใต้ และแม่น้ำมิสซิสซิปปีทางตะวันตก แม้การเข้ามีส่วนเกี่ยวข้องของฝรั่งเศสมีผลชี้ขาดต่อสาเหตุของเอกราชอเมริกา แต่ทว่าก็ได้ดินแดนเพียงเล็กน้อย และมีปัญหาหนี้สินมหาศาล สเปนได้อาณานิคมฟลอริดาของบริเตน และเกาะมินอร์กา แต่ไม่สามารถชิงยิบรอลตาร์คืนซึ่งเป็นเป้าหมายหลัก ฝ่ายดัตช์มีแต่เสีย โดยถูกบังคับให้ยกดินแดนบางส่วนให้บริติช