สงครามอ่าวเปอร์เซีย รหัสปฏิบัติการโล่ทะเลทรายเพื่อการป้องกันซาอุดีอาระเบีย

สงครามอ่าวเปอร์เซีย คือ

 สงคราม ความสูญเสียและคราบน้ำตาของประชาชนและสำหรับการทำ สงครามอ่าวเปอร์เซีย หรือที่หลายคนรู้จักในนามของ สงครามอ่าว (Gulf War) ซึ่งเป็นชื่อรหัสปฏิบัติการโล่ทะเลทราย (Operation Desert Shield) และการทำสงครามในครั้งนี้นั้นเป็นปฏิบัติการนำสู่การสั่งสมกำลัง และการป้องกันของซาอุดีอาระเบีย และปฏิบัติการพายุทะเลทราย (Operation Desert Storm)ในระยะสู้รบ เป็นสงครามในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียระหว่างกำลังผสมจาก 34 ชาติ ซึ่งนำโดยสหรัฐอเมริกาต่อประเทศอิรักหลังจากการบุกครอง และผนวกคูเวตของอิรัก

ที่มาของการทำ สงครามอ่าวเปอร์เซีย

สงครามอ่าวเปอร์เซีย คือ

สำหรับสงครามอ่าวเปอร์เซีย นั้นมีชื่อเรียกมากมาย อาทิ สงครามอ่าวเปอร์เซีย, สงครามอ่าวครั้งที่หนึ่ง, สงครามคูเวต, สงครามอิรัก ซึ่งคำว่า “สงครามอิรัก” ต่อมาใช้เรียกการบุกครองอิรักเมื่อปี 2546 แทน จากการยึดครองคูเวตของกองทัพอิรักซึ่งเริ่มเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2533 นั้นถูกนานาชาติประณาม และสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติพลันใช้วิธีการบังคับทางเศรษฐกิจต่ออิรัก

โดยทางด้านของประธานาธิบดี จอร์จ เอช. ดับเบิลยู. บุช ได้วางกำลังสหรัฐเข้าสู่ซาอุดีอาระเบีย และยังเป็นคนที่กระตุ้นให้ประเทศอื่นส่งกำลังของตนไปที่นั้นด้วย มีหลายชาติเข้าร่วมกำลังผสมนี้ ซึ่งเป็นพันธมิตรทางทหารที่ใหญ่ที่สุดนับแต่สงครามโลกครั้งที่สอง ส่วนกองกำลังทหารของกำลังผสมส่วนใหญ่มาจากสหรัฐ โดยมีซาอุดีอาระเบีย สหราชอาณาจักรและอียิปต์เป็นผู้มีส่วนร่วมรายใหญ่ตามลำดับ ซึ่งทางด้านของซาอุดีอาระเบียสมทบเงิน 36,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากค่าสงคราม 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สงคราม อ่าว เปอร์เซีย คู่ ต่อสู้

นอกจากนี้แล้วสงครามนี้มีการริเริ่มการถ่ายทอดข่าวสดจากแนวหน้าของการสู้รบ หลัก ๆ โดยเครือข่ายซีเอ็นเอ็นของสหรัฐ  สงครามนี้ยังได้ชื่อเล่นว่าเป็น สงครามวิดีโอเกม เพราะว่าหลังการถ่ายทอดภาพรายวันจากกล้องบนเครื่องบินทิ้งระเบิดสหรัฐระหว่างปฏิบัติการพายุทะเลทราย

นอกจากนี้แล้วสงครามอ่าวเปอร์เซีย ยังเกิดขึ้นจากปัญหาความขัดแย้งระยะแรกเพื่อขับกองทัพอิรักออกจากคูเวตเริ่มด้วยทางระดมทิ้งระเบิดทางอากาศ และทางเรือเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2534 และดำเนินไปห้าสัปดาห์ ตามด้วยการโจมตีทางภาคพื้นดินเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์

สำหรับการทำสงครามอ่าวเปอร์เซีย นั้นสิ้นสุดด้วยชัยชนะอย่างขาดลอยของกำลังผสม ซึ่งขับกองทัพอิรักออกจากคูเวต และรุกเข้าดินแดนอิรัก กำลังผสมยุติการบุก และประกาศหยุดยิงหลังการทัพภาคพื้นเริ่ม 100 ชั่วโมง ซึ่งการสู้รบทางอากาศ และทางบกจำกัดอยู่ในประเทศอิรัก คูเวต และบางพื้นที่ตรงพรมแดนซาอุดีอาระเบีย ประเทศอิรักปล่อยขีปนาวุธสกั๊ดต่อเป้าหมายทางทหารของกำลังผสมและต่ออิสราเอล

เบื้องหลัง

สงครามอ่าวเปอร์เซีย pdf

ตลอดช่วงเวลาของสงครามเย็น ประเทศอิรักเป็นพันธมิตรสหภาพโซเวียต และยังมีประวัติความไม่ลงรอยกับสหรัฐอเมริกา สหรัฐกังวลถึงตำแหน่งของอิรักต่อการเมืองอิสราเอล-ชาวปาเลสไตน์ และการที่อิรักไม่เห็นด้วยกับสันติภาพระหว่างอิสราเอลกับอียิปต์

ทั้งนี้ทางด้านของสหรัฐเองก็ไม่ชอบการที่อิรักเข้าสนับสนุนกลุ่มอาหรับ และปาเลสไตน์ติดอาวุธอย่างอาบูไนดัล ซึ่งนั่นก็มีส่วนทำให้มีการรวมอิรักเข้าไปในรายชื่อประเทศผู้ให้การสนับสนุนการก่อการร้ายข้ามชาติของสหรัฐในวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2522 แต่ทว่าทางด้านของสหรัฐเองก็ยังคงสถานะเป็นกลางอย่างเป็นทางการหลังจากการรุนรานของอิหร่านกลายมาเป็นสงครามอิรัก-อิหร่าน แม้ว่าจะแอบช่วยอิรักอย่างลับ ๆ ก็ตาม

สงครามอ่าวเปอร์เซียคู่ขัดแย้ง

อย่างไรก็ดีในเดือนมีนาคม 2525 อิหร่านได้เริ่มทำการโต้ตอบได้สำเร็จ ปฏิบัติการชัยชนะที่ปฏิเสธไม่ได้ และทางด้านของสหรัฐได้เพิ่มการสนับสนุนให้กับอิรักเพื่อป้องกันไม่ให้อิรักถูกบังคับให้พ่ายแพ้

ในความพยายามของสหรัฐที่จะเปิดความสัมพันธ์ทางการทูตอิรักอย่างเต็มตัว แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลยนะคะ เพราะว่าประเทศอิรักได้ถูกนำออกจากรายชื่อประเทศที่สนับสนุนการก่อการร้าย นั่นก็อาจจะเป็นเพราะว่าการพัฒนาในบันทึกการปกครอง แม้ว่าอดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐ โนเอล คอช ได้กล่าวในเวลาต่อมาว่า “ไม่มีใครที่สงสัยในเรื่องที่อิรักยังคงมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ก่อการร้าย… เหตุผลจริง ๆ คือเพื่อช่วยให้พวกเขามีชัยเหนืออิหร่าน”

สงครามอ่าวเปอร์เซียคู่ขัดแย้ง

และเมื่ออิหร่านประสบกับชัยชนะในสงคราม และปฏิเสธการสงบศึกที่ได้รับการเสนอขึ้นในเดือนกรกฎาคม รวมไปถึงการขายอาวุธให้กับอิรักก็ทำลายสถิติเมื่อปี 2525 แต่อุปสรรคก็ยังคงมีอยู่ระหว่างสหรัฐกับอิรัก กลุ่มอาบูไนดัลยังคงได้รับการสนับสนุนอยู่ในแบกแดด และเมื่อประธานาธิบดีอิรัก ซัดดัม ฮุสเซน ได้ขับไล่พวกเขาไปยังซีเรียตามคำขอของสหรัฐในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2526 ซึ่งทางด้านของรัฐบาลเรแกนได้ส่ง โดนัลด์ รัมส์เฟลด์ เพื่อพบกับประธานาธิบดีฮุสเซนเป็นทูตพิเศษ และเพื่อกระชับความสัมพันธ์

ขีปนาวุธสกั๊ดและเพเทรียต

 สารคดีสงครามอ่าวเปอร์เซีย

บทบาทของขีปนวุธสกั๊ดในสงครามอ่าวเปอร์เซีย มีความโดดเด่นอย่างมากในสงคราม สกั๊ดเป็นขีปนาวุธยุทธวิธีที่สหภาพโซเวียตพัฒนาขึ้น และถูกใช้โดยกลุ่มกองกำลังโซเวียตในเยอรมนีของกองทัพแดงที่ประจำการอยู่ในเยอรมนีตะวันออก ซึ่งมันมีหัวรบเป็นระเบิดนิวเคลียร์ และหัวรบเคมีที่ถูกออกแบบมาเพื่อทำลายส่วนควบคุม และบัญชาการของเยอรมนีตะวันตก นอกจากนี้แล้วยังสามารถใช้เพื่อยิงเข้าใส่ทหารราบโดยตรงได้อีกด้วย

สำหรับขีปนาวุธสกั๊ดใช้ตัวนำวิถีแบบเฉื่อยซึ่งจะทำงานอยู่สักระยะพร้อมกับเครื่องยนต์ ซึ่งทางฝั่งของอิรักใช้สกั๊ดเพื่อโจมตีใส่อิสราเอล และซาอุดิอาระเบีย ขีปนาวุธบางลูกสร้างความเสียหายมหาศาลในขณะที่บางลูกทำได้เพียงเล็กน้อย ความกลัวต่อสกั๊ดก็ทวีคูณความกลัวเพิ่มขึ้นเมื่อคาดกันว่าอิรักอาจใช้หัวรบที่เป็นอาวุธชีวภาพหรือเคมี แต่กระนั้นก็ไม่มีขีปนาวุธแบบดังกล่าวโจมตีใส่ที่ใด