ประเทศมาเลเซีย

สังคม ประเทศมาเลเซีย

ประเทศมาเลเซีย (Malaysia) ประเทศสหพันธรัฐราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ ประเทศนี้ตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศมาเลเซียมีต้นกำเนิดมาจากอาณาจักรมลายูหลาย อาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ปรากฏในพื้นที่นี้ แต่ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 24 เป็นต้นมา

ความเป็นมาของ ประเทศมาเลเซีย

มาเลเซีย อาเซียน

ประเทศมาเลเซีย โดยเป็นอาณานิคมกลุ่มแรกของบริเตนมีชื่อเรียกรวมกันว่า “นิคมช่องแคบ” และอาณาจักรมลายูที่เหลือกลายเป็นรัฐในอารักขาบริเตนในเวลาต่อมา โดยดินแดนทั้งหมดอยู่ในมาเลเซียตะวันตก ซึ่งได้รวมตัวกันเป็นครั้งแรกในฐานะของสหภาพมาลายาในปี พ.ศ. 2489

โดยมาลายาถูกปรับโครงสร้างจนกลายเป็นสหพันธรัฐมาลายาในปี พ.ศ. 2491 และยังได้รับเอกราชเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2500 ซึ่งมาลายาได้รวมกับบอร์เนียวเหนือ ซาราวัก และก็สิงคโปร์ จนกลายเป็นประเทศมาเลเซียเมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2506 แต่ทว่าไม่ถึงสองปีถัดมา คือในช่วงปี พ.ศ. 2508 สิงคโปร์ก็ถูกขับออกจากสหพันธ์

 วัฒนธรรม ประเทศ มาเลเซีย

สำหรับมาเลเซีย เป็นประเทศพหุชาติพันธุ์ และพหุวัฒนธรรมที่มีบทบาทเป็นอย่างมากทางด้านการเมือง และกว่าครึ่งของประชากรทั้งหมดมีเชื้อสายมลายู โดยจะมีชนกลุ่มน้อยกลุ่มสำคัญก็ คือ ชาวมาเลเซียเชื้อสายจีน ,ชาวมาเลเซียเชื้อสายอินเดีย และยังมีชนพื้นเมืองดั้งเดิมกลุ่มต่าง ๆ

นอกจากนี้รัฐธรรมนูญยังได้ประกาศให้ศาสนาอิสลามกลายเป็นศาสนาประจำชาติ แต่ทว่าผู้คนในประเทศก็ยังให้เสรีภาพในการนับถือศาสนาแก่ผู้ที่ไม่ใช่ชาวมุสลิม รวมถึงระบบรัฐบาลมีรูปแบบคล้ายคลึงกับระบบรัฐสภาเวสต์มินสเตอร์ และที่สำคัญระบบกฎหมายมีพื้นฐานอยู่บนระบบคอมมอนลอว์

โดยประมุขแห่งรัฐถือว่าเป็นพระมหากษัตริย์ หรือที่เราเรียกว่ายังดีเปอร์ตวนอากง อีกทั้งยังทรงได้รับเลือกจากบรรดาเจ้าผู้ครองรัฐในมาเลเซียตะวันตก 9 รัฐ  โดยทรงดำรงตำแหน่งคราวละ 5 ปี ส่วนหัวหน้ารัฐบาลก็คือนายกรัฐมนตรี

ประวัติศาสตร์

ประเทศมาเลเซีย อาหาร

ประเทศมาเลเซีย ในยุคปัจจุบันนี้ไม่ค่อยมีหลักฐานแสดงถึงความยิ่งใหญ่ในอดีตเหมือนกับประเทศอื่น ๆ ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างที่ ประเทศกัมพูชามีเมืองพระนคร อินโดนีเซียมีโบโรบูดูร์ โดยหลักฐานทางโบราณคดีเก่าแก่ที่สุดที่พบได้แก่ กะโหลกศีรษะมนุษย์ นับโบราณคดีขุดค้นคาดว่าน่าจะอยู่ในยุคโฮโมเซเปียน ณ ถ้ำนียะห์ รัฐซาราวัก

นอกจากนี้โรงเครื่องมือหินที่พบในโกตาตัมปัน รัฐเปรัก หลักฐานที่ถูกค้นพบดังกล่าวบ่งชี้ว่ามนุษย์ในช่วงยุคแรกเริ่มของบริเวณนี้เป็นนักล่าสัตว์ และยังเป็นผู้เริ่มต้นเพาะปลูกเร่ร่อนของ ยุคหินกลาง คนยุคนี้อาศัยอยู่ตามเพิงหิน และถ้ำในภูเขาหินปูนของคาบสมุทร คนในยุคนี้ใช้เครื่องมือหินตัดบด และล่าสัตว์ป่า ราว 2,500 ปีก่อนคริสต์ศักราช

เศรษฐกิจ ประเทศมาเลเซีย

ที่สำคัญมีกลุ่มคนยุคหินใหม่ยังได้อพยพมาจากจีนตอนใต้เข้ามาสู่บริเวณนี้ และการที่คนยุคนี้มีเครื่องมือทันสมัยกว่า รู้จักวิธีเพาะปลูก และในที่สุดจึงขับไล่พวกที่มาอยู่ก่อนเข้าไปในภูเขา และบริเวณป่าชั้นในของแหลมมลายู หลังจากนั้น ในช่วงราวๆ 300 ปีก่อนคริสต์ศักราช ก็มีกลุ่มคนยุคเหล็ก และยุคสำริด โดยการใช้โลหะเป็นอาวุธ รู้จักค้าขาย รวมกันมาขับไล่พวกเดิมให้อยู่ในป่าลึกเข้าไปอีก ด้วยเหตุนี้เองเองที่ผู้มาใหม่กลายเป็นบรรพบุรุษโดยตรงของชาวมาเลเซียในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม ด้วยหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ถูกค้นพบของมาเลเซียในยุคโบราณมีไม่มากนัก ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้นักประวัติศาสตร์จึงมักถือเอาช่วงเวลาที่ มะละกา โดยปรากฏตัวขึ้นเป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญของทางชายฝั่งคาบสมุทรมลายู ซึ่งถือว่าเป็นเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์มาเลเซียโดยแท้จริง

มะละกาจุดเริ่มต้นประวัติศาสตร์ของมาเลเซีย

แผนที่ประเทศมาเลเซีย

มะละกา ถือเป็นเมืองท่าสำคัญของประเทศมาเลเซีย ซึ่งเมืองนี้ถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อประมาณปี ค.ศ. 1400 โดยตั้งอยู่บนช่องแคบมะละกาซึ่งพื้นที่นี้คร่อมเส้นทางการค้าสำคัญทางทะเลจากตะวันออกสู่ตะวันตก รวมถึงในช่วงระหว่างสองเมืองสำคัญอย่างจีนกับอินเดีย ถือว่าเป็นท่าเรือที่ดี เพราะพื้นที่นี้ไม่มีป่าโกงกาง น้ำลึกพอให้เรือเทียบท่าได้ อีกทั้งยังมีเกาะสุมาตราเป็นที่กำบังพายุอีกด้วย

การเมืองการปกครอง

ประชากรประเทศมาเลเซีย

มาเลเซีย เป็นประเทศที่มีการปกครองแบบสหพันธรัฐ โดยมีรัฐบาลกลางเป็นผู้ที่คอยทำหน้าที่ดูแลเรื่องสำคัญๆ เช่น การต่างประเทศ การป้องกันประเทศ รวมถึงความมั่นคง การคลัง ตุลาการ และอื่นๆ ในขณะที่แต่ละรัฐมีรัฐบาลของรัฐดูแลด้านศาสนา สังคม ประเพณี เกษตรกรรม การคมนาคมภายในรัฐ และที่สำคัญบางรัฐเช่นกลันตัน มีระบบราชการในรูปแบบของตนเอง นอกจากนี้ในแต่ละรัฐยังจะมีสภาแห่งรัฐที่มาจากการเลือกตั้งทุกๆ 5 ปี เหมือนกันหมดอีกด้วย

ประมุข

ที่ตั้งประเทศมาเลเซีย

องค์ประมุขของประเทศมาเลเซีย คือ สมเด็จพระราชาธิบดี ทรงเป็นประมุขที่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ รับตำแหน่งมาจากการเลือกตั้งสุลต่าน 9 รัฐ ได้แก่ เซอลาโงร์ ตรังกานู ยะโฮร์ ปะหัง เกอดะฮ์ กลันตัน เปรัก เนอเกอรีเซิมบีลัน และปะลิส โดยได้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันขึ้นดำรงตำแหน่ง วาระละ 5 ปี ในส่วนอีก 4 รัฐ ซึ่งก็คือ มะละกา  ซาบะฮ์  ปีนัง และซาราวัก ไม่มีสุลต่านปกครอง

ซึ่งตามปกติแล้วสุลต่านที่มีอาวุโสสุงสุดที่จะได้รับเลือก โดยต้องได้เสียงมากกว่าครึ่งหนึ่ง และนอกจากนี้ยังอาจได้รับเลือกเข้ามาเป็นสมัยที่ 2 อีกได้ และหากสุลต่านจากรัฐอื่นๆ ได้ดำรงตำแหน่ง ยัง ดี เปอร์ตวน อากงเรียบร้อยแล้ว

ประวัติประเทศมาเลเซีย

โดยอำนาจส่วนใหญ่ของ ยังดีเปอร์ตวน อากง ที่เกี่ยวข้องกับพิธีการต่างๆ และนอกจากนั้นยังมีอำนาจในทางบริหาร และนิติบัญญัติที่สำคัญ ก็คือ กฎหมายที่ออกมาจะต้องประกาศใช้ ถูกยับยั้ง หรือว่าได้รับการแก้ไขในนามพระองค์ โดยมีอำนาจเกี่ยวกับการกำหนดสมัยประชุมสภา รวมถึงการแต่งตั้งหัวหน้าพรรคการเมืองที่มีเสียงข้างมาก หรือว่าสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ เพื่อให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อีกทั้งยังมีอำนาจอภัยโทษ แต่งตั้งประธานศาล และผู้พิพากษาตามคำแนะนำของนายกรัฐมนตรี หรือคำสั่งของคณะรัฐบาล

นอกจากนี้ยังสามารถเป็นผู้ประกาศภาวะฉุกเฉิน พอเสียชีวิต ถ้ารัฐบาลเห็นว่ามีความจำเป็น ยังดี เปอร์ตวน อากง ซึ่งจะเป็นผู้ประกาศพระบรมราชโองการ และเมื่อประกาศใช้แล้วก็จะไม่มีพระบรมราชโองการใดมาเปลี่ยนแปลงได้นั่นเอง