ชนเผ่าซูลู

ชนเผ่าซูลู การแต่งกาย

ชนเผ่าซูลู (Zulu) คือชนเผ่าอีกกลุ่มหนึ่งที่อาศัยอยู่ในแอฟริกา และยังเป็นชนเผ่าที่มีจำนวนประชากรประมาณ 11 ล้านคน และผู้คนส่วนใหญ่อยู่อาศัยในควาซูลู-นาตาล แอฟริกาใต้ และก็มีผู้คนจำนวนเล็กน้อยที่อยู่อาศัยในซิมบับเว แซมเบีย และที่โมแซมบีก ภาษาอีซิซูลู (isiZulu) ซึ่งเป็นสาขาหนึ่งของภาษาบันตู (Bantu) c]tจัดอยู่ในภาษาลุ่มย่อย “นูนิ” (Nguni) อีกด้วย

ชนเผ่าซูลู ลักษณะ

ราชอาณาจักรซูลูจัดว่ามีบทบาทสำคัญมากในประวัติศาสตร์ของประเทศแอฟริกาใต้ โดยเฉพาะในช่วงปี พ.ศ. 2344 – พ.ศ. 2444 ซึ่งขณะนั้นอยู่ในช่วงยุคแห่งการถือผิว ซึ่งชาวซูลูที่ถูกจัดให้เป็นประชาชนชั้น 2 และยังถูกดูถูกเหยียดหยามจากชนเผ่าอื่นๆ อย่างรุนแรง และต่อมาในปัจจุบันชาวซูลูเป็นชนเผ่าที่เป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศแอฟริกาใต้ และยังเป็นเหล่าบุคคลที่มีสิทธิเสรีภาพแห่งมนุษยชนเท่าเทียมกับประชาชนทุกเชื้อชาติ และชนเผ่าในประเทศอีกด้วย

ประวัติศาสตร์ ชนเผ่าซูลู

ลักษณะของชนเผ่าซูลู

รกรากเดิม

เดิมทีซูลู เป็นชนเผ่ากลุ่มน้อยที่อยู่ในตอนเหนือของควาซูลู-นาทาลปัจจุบัน ได้สถาปนาตนเองเป็นราชอาณาจักรขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 2330 โดยซูลู คานโตมบฮีลี ในภาษาซูลู คำว่า “ซูลู” ที่แปลว่าสวรรค์ หรือท้องฟ้า ในสมัยนั้น พื้นที่ถูกครอบครอง โดยชนเผ่าเล็กๆที่เรียกว่า “นูนิ” หลายกลุ่ม ซึ่งพวกนูนิได้ย้ายถิ่นฐานลงมาทางตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปแอฟริกา

ราชอาณาจักร

เผ่าซูลู ลูกเสือ

การเกิดของราชอาณาจักรซูลูภายใต้ “ชากา”

ซูลูชากา จัดว่าเป็นโอรสนอกสมรสของพระเจ้า “เชนซานกาโนมา” (กษัตริย์เผ่าซูลู) พระองค์ทรงเกิดเมื่อประมาณ พ.ศ. 2330 ชากา และพระมารดาถูกเนรเทศโดยเชนซานกาโนมา และก็เดินทางไปลี้ภัยอยูใน “มเธทวา”(Mthethwa) ชากาได้ฝึกการสู้รบเพื่อในอนาคตจะได้เป็นนักรบภายใต้ “ดิงกิสวาโย” (หัวหน้าเผ่ามเธวา) และเมื่อเชนซานกาโนมาถึงแก่พิราลัย ดิงกิสวาโย จึงช่วยหนุนทำให้ชากาทวงสิทธิ์การเป็นกษัตริย์ของราชอาณาจักรซูลูได้นั่นเอง

 

การขึ้นสู่บรรลังก์อันโชกเลือดของ “ดิงกาเน” (Dingane)

ชนเผ่าซูลู ลูกเสือ

ดิงกาเน เป็นพระอนุชาต่างพระมารดาที่ได้สืบทอดราชบรรลังก์ต่อจากชากา โดยการสมรู้ร่วมคิดกับ “มลางกานา” (Mhlangana) ซึ่งเป็นพระโอรสต่างพระมารดาอีกผู้หนึ่งเพื่อลอบปลงพระชนม์ และหลังจากการลอบปลงพระชนม์แล้ว ดิงกาเนก็ประหารชีวิตมลางกานาแล้วขึ้นครองบรรลังก์แทน

โดยพระราชกรณียกิจแรกๆ ของพระองค์ ก็คือการประหารชีวิตพระราชวงศ์เป็นจำนวนมาก เพื่อไม่ให้เป็นเสี้ยนหนามของตนในภายภาคหน้า ยกเว้น”มพันเด” (Mpande) ที่ทรงเป็นพระอนุชาต่างพระมารดาอีกพระองค์หนึ่งซึ่งอ่อนแอไม่มีอันตรายในขณะนั้น

 

การขึ้นสู่บัลลังก์ของพระเจ้าเคตช์วาโย

คน ป่า เผ่า ซูลู

สืบเนื่องต่อจากการสู้รบกับดิงกาเน ที่ชาวอาณานิคมวูเทกเกอร์ ซึ่งขณะนั้นนำโดยเปรโตเรียสได้ก่อตั้ง “สาธารณรัฐบัวร์” แห่งนาตาเลีย โดยพระเจ้ามพันเด และเปรโตเรียสยังคงมีสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน

อย่างไรก็ดี ต่อมาในช่วงปี พ.ศ. 2385 ก็ได้เกิดสงครามระหว่างพวกบัวร์กับอังกฤษ ซึ่งมีผลทำให้อังกฤษผนวกนาตาเลียเข้าไว้ในอาณานิคม และยังเป็นเหตุทำให้พระเจ้ามพันเดหันจำต้องไปเข้ากับฝ่ายอังกฤษ และก็ได้มีสัมพันธไมตรีอันดีต่อกันเรื่อยมา

ในปี พ.ศ. 2386 พระเจ้ามพันเดได้สั่งกำจัดพวกที่ถูกเข้าใจว่าเป็นอริในราชอาณาจักรจึงมีส่วนทำให้เกิดการเสียชีวิตมากมาย ชาวเมืองจึงได้มีการอพยพลี้ภัยไปยังสู่ประเทศข้างเคียงรวมทั้งอาณานิคมนาทาลที่อยู่ในบังคับอังกฤษ ซึ่งพวกอพยพเหล่านี้หนีไปพร้อมกับฝูงปสุสัตว์

ชนเผ่าซูลู ในทวีปแอฟริกา

โดยทางด้านของพระเจ้ามพันเดสั่งกวาดล้างพื้นที่ข้างเคียงจนถึงจุดสูงสุดจนกลายเป็นการรุกรานสวาซีแลนด์ในปี พ.ศ. 2385 แต่ทว่าทางฝ่ายอังกฤษก็ใช้อิทธิพลกดดันให้มพันเดถอยออกไป ซึ่งพระองค์ทำตามโดยดีในเวลาไม่ยาน

และเมื่อถึงตอนนี้สงครามแย่งชิงบรรลังก์ก็ได้เกิดขึ้นระหว่างพระโอรสสองพระงค์ของพระเจ้ามพันเด ซึ่งก็คือ เคตช์วาโย กับ มบูยาซี เหตุการณ์เลวร้ายจนถึงขีดสุดเมื่อปี พ.ศ. 2395 ด้วยการสู้รบ และการตายของมบูยาซ๊ หลังจากนั้นเคตช์วาโย ก็ค่อยๆ ยึดอำนาจการบริหารจากพระราชบิดา และเมื่อพระบิดาสิ้นพระชนม์ด้วยโรคชรา เมื่อ พ.ศ. 2415 เคตช์วาโย ก็ทรงเสด็จขึ้นครองราชย์

การล่มสลายของราชอาณาจักรซูลู

ชนเผ่าซูลู วัฒนธรรม

สงครามอังกฤษ-ซูลู

ความเลวร้ายเริ่มต้นขึ้น เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2421 ผู้แทนของฝ่ายอังกฤษได้ยื่นคำขาดให้กับหัวหน้าเผ่า 18 เผ่าย่อย ที่ขึ้นอยู่กับเซ็ทช์วาโย ซึ่งเนื้อความสำคัญในจดหมายยืนคำขาดนั้นเป็นสิ่งที่พระเจ้าเคตช์วาโย รับไม่ได้เป็นอย่างมาก และด้วยเหตุนี้เองที่ฝ่ายอังกฤษตัดสินใจนำกำลังบุกข้ามแม่น้ำตูเกลาในช่วงปลายเดือนธันวาคม

และด้วยเหตุนี้เองที่เป็นต้นเหตุของสงครามจึงได้เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2422 ในตอนแรกของสงคราม ฝ่ายซูลูรบชนะอังกฤษใน “การสู้รบที่ไอแลนด์ลวานา”  แต่ทว่าการทำสงครามในครั้งนี้ฝ่ายซูลูกลับมาพ่ายแพ้อย่างยับเยินในวันเดียวกันที่รอร์กดริฟ การสู้รบ และหลังจากการสู้รบดังกล่าวเกิดขึ้นก็ทำให้มีผู้คนบาดเจ็บล้มตายในสนามรบเป็นจำนวนมาก และการทำสงครามจบลงด้วยการพ่ายแพ้ของฝ่ายซูลูในวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2421

เรียกได้ว่าราชอาณาจักรซูลู เป็นราชอาณาจักรที่มีความยิ่งใหญ่ในสมัยก่อน แต่ที่น่าแปลกคือ ปัจจุบันนี้ชาวซูลู เป็นชนเผ่าพื้นเมืองที่ไม่มีใครรู้จักแล้วนะคะ